ประเมินงานแสดงสินค้าที่แอล.เอ.คาดนำรายได้เข้าไทย 1.4 พันล้าน
รายงานโดย   สายธาร เดชาติวงศ์

ผลการจัดงาน Thailand Exhibition 2005 คาดสร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 1,400 ล้านบาท เผบงบประมาณที่ใช้คุ้มค่า ปีหน้าจัดอีกครั้งเพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจน กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลและสปาตอบรับเกินคาด สภาหอการค้าไทยฯเปิดเผยผลสำรวจ ติงคนมางานไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย แถมประชาสัมพันธ์น้อยไป

ตามที่สภาหอการค้าไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้(TCC-SC) ได้สรุปความคิคเห็นจากแบบสำรวจงาน Thailand Exhibition 2005 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2005 จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม 106 ราย  โดยแบ่งเป็น 12 รายเป็นบู้ธว่าง  24 รายไม่แสดงความคิดเห็น  69 รายมีความคิดเห็นดังนี้  46 ราย ติติงเรื่องการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าต่างชาติ  55 รายบอกว่า ลูกค้าที่มาในงานไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ไม่มีหรือมีน้อยมากลูกค้าที่เป็น Trader/Importer/Wholesaler หรือ Buyer  ส่วนใหญ่เป็น Consumer  โดยเฉพาะวันที่ 16-17 เงียบมากๆ คนร่วมงานโดยรวมก็น้อย

                เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าว APNได้ติดต่อไปยังนายทรงศีล สุเสวี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นครลอสแอนเจลิส ซึ่งเปิดเผยว่า ต้องดูจากตัวเลขของผู้มาลงทะเบียนในส่วนของกลุ่มธุรกิจ จะเห็นว่า ในวันแรกมีประมาณ 400 บริษัท ในวันที่สอง 280 บริษัท ส่วนวันที่สามและสี่นั้นทางผู้จัดไม่ได้หวังผลมาก แต่ปรากฏว่าในวันที่สามมาลงทะเบียนจำนวน 108 บริษัท และในวันสุดท้ายมีมาลงทะเบียนกว่า 200 บริษัท รวมแล้วประมาณหนึ่งพันบริษัท ดังนั้นถือว่าผลเป็นที่น่าพอใจสำหรับการจัดงานโดยประเทศเพียงประเทศเดียว

                “เมื่อเปรียบเทียบกับ Solo Show ของจีน ฟิลิปปินส์ ทางซิตี้บอกว่าไม่ค่อยมีคน เมื่อเห็นของเราก็แปลกใจว่าทำไมถึงได้รับการตอบรับมาก” นายทรงศีลกล่าว

ขณะเดียวกัน นายทรงศีลได้กล่าวถึงภาพรวมว่า ตนมีความพอใจผลของงาน เนื่องจากการจัดงานผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าจะมีอุปสรรคมากมาย แต่ก็สามารถแก้ไขให้ผ่านพ้นไปด้วยดี

                ทั้งนี้ การจัดงานได้หวังผลไว้ 3 ประการ ได้แก่ การกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่ทำสนธิสัญญาไมตรีทางการค้า เมื่อ ค.ศ. 1833 ส่วนประการที่สองมีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำสินค้าไทยสู่สายตากลุ่มธุรกิจหรือผู้ประกอบการและผู้บริโภคของสหรัฐฯ ประการที่สามก็เพื่อเป็นการเร่งรัดการส่งออกอีกทางหนึ่งด้วย

                “เรียกได้ว่าตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ ในเรื่องของการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้า ก็พบว่ามีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากจะมีการเจรจาด้านเอฟทีเอ การค้าเสรีระหว่างไทยและสหรัฐฯ นอกจากนั้น ลอสแอนเจลิส ถือว่าเป็นตลาดการค้าที่สำคัญของสหรัฐอเมริกา เป็นเสมือนประตูการส่งออกสินค้าไทยมายังสหรัฐฯ” นายทรงศีลกล่าว

                ส่วนผลการขายนั้น มียอดรวมทั้งหมดจากที่ผู้ประกอบการนำสินค้ามาขาย มียอดซื้อทันที 5.33 ล้านเหรียญฯ และหวังผลว่าตลอดปีนี้จะมีการสั่งซื้อเพิ่มเติมขั้นต่ำอีก 30.7 ล้านเหรียญฯ หมายความว่า ตลอดทั้งปีคาดว่าผลการจัดงานในครั้งนี้จะก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 36.03 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยได้ประมาณกว่า 1,400 ล้านบาท

                ทางด้านงบประมาณที่ใช้จัดงาน นายทรงศีลเปิดเผยว่า ในส่วนของราชการมีงบประมาณ 34 ล้านบาท รวมค่าขนส่ง ค่าก่อสร้างและค่าประชาสัมพันธ์ โดยในส่วนของการประชาสัมพันธ์ใช้งบประมาณ หนึ่งแสนเหรียญฯเศษ หรือ ประมาณ 4 ล้านกว่าบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่างบประมาณที่ใช้ประชาสัมพันธ์ให้ผลที่คุ้มค่าหรือไม่นั้น นายทรงศีลกล่าวยืนยันว่าคุ้มค่า เนื่องจากใช้งบประมาณในส่วนนี้น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับงานอื่นที่มีขนาดการจัดงานที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้ Thailand Exhibition 2005 เน้นหนักในช่องทางการส่งหนังสือเชิญตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนความคิดเห็นเรื่องอื่นๆ จากแบบสำรวจของสภาหอการค้าไทยแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้พบว่า อีกประมาณ 40 รายการ ได้ติติงเรื่องปลีกย่อย เช่น ควรเตรียมงานล่วงหน้านานๆ ต้องการออกบู้ธกับการจัดงานของอเมริกันหรือ International โดยตรง ซึ่งเขามีผู้ชมงานล้นหลามอยู่แล้ว ต้องการได้ list หรือปฏิทินของงาน Convention/Fair ที่นี่จะได้ติดต่อมาเอง  ถ้าจะจัดเองใน USA ควรจัดที่เดียวเป็นประจำทุกปี ช่วงเวลาเดิมแล้วลูกค้าที่นี่จะรู้เอง ต่างรัฐก็จะมาเอง 

                นายทรงศีล กล่าวว่าหากจะมีการจัดครั้งต่อไป มีเรื่องควรปรับปรุงคือ หนึ่ง ช่วงระยะเวลาจัดงาน ต้องพยายามหลีกเลี่ยงวันศุกร์ เพราะว่าวันศุกร์ ธุรกิจในสหรัฐฯจะค่อนข้างเบาบาง ส่วนใหญ่บริษัทจะเคลียร์งานในช่วงเช้า และในช่วงบ่ายจะไม่ค่อยมีคนแล้ว

                ต่อคำถามถึงความเป็นไปได้ในการจัดงานในลักษณะนี้ในปีหน้า นายทรงศีลตอบว่า คาดว่าจะมีจัดอีก แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ กล่าวคือ อยู่ระหว่างวันเสาร์ถึงวันอังคาร โดยวันเสาร์ อาทิตย์เปิดให้ประชาชนโดยทั่วไปเข้ามาชมงานได้ ส่วนจันทร์-อังคาร จะเปิดให้กลุ่มธุรกิจเพียงอย่างเดียว

                “ขณะนี้เราประเมินในเรื่องของงบประมาณปีหน้าว่าจะมีมาก-น้อยแค่ไหน สองคือความพร้อมของธุรกิจภาคเอกชนว่าจะมีเดินทางมามากน้อยแค่ไหน ต้องดูส่วนนี้ประกอบด้วย” นายทรงศีลกล่าวพร้อมกับเพิ่มเติมว่า บางธุรกิจ เช่น โรงพยาบาลเสนอให้มีการจัดงานปีละสองครั้ง เนื่องจากได้รับความสนใจมาก นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจสปา และโอท็อป ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ส่วนธุรกิจที่ได้ผลค่อนข้างน้อย ได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหาร เนื่องจากการส่งออกอาหารของไทยมายังสหรัฐฯฝังรากมานาน ฉะนั้น กลุ่มผู้นำเข้าจึงอาจไม่มีความจำเป็นต้องมาเลือกซื้อสินค้าในงานนี้

                ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการจัดงานจะอยู่ในช่วงเวลาเดิมหรือไม่นั้น นายทรงศีลตอบว่า จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยใช้สถานที่และช่วงเวลาเดียวกันนี้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และเพื่อเป็นการแสดงถึงจุดยืนที่แน่นอน  

                กรณีที่ผู้ประกอบการจากประเทศไทยติดปัญหาในเรื่องของวีซ่าเข้าสหรัฐฯนั้น นายทรงศีลได้ยกตัวอย่างผู้เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ 50 คน มีผู้ที่ขอวีซ่าผ่านครึ่งหนึ่ง คือ 25 คน เมื่อทางไทยเทรดทราบเรื่องก็รีบดำเนินการส่งหนังสือรับรองไปยังสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯที่เชียงใหม่ ผลปรากฏว่ามีการพิจารณาผ่อนผันให้ได้วีซ่ากันอย่างครบถ้วน.

ประเมินงานแสดงสินค้า ที่แอล.เอ.คาดนำรายได้เข้าไทย 1.4 พันล้าน
รายละเอียดในวันพิธีเปิดงานแสดงสินค้า Thailand Exhibition 2005

นำโครงการในหลวงแสดงฉลองพระเกียรติในหลวง
ดูประมวลภาพในงาน Exhibition 2005

 
 
 
 
 
 
     

 
The Asian Pacific News;Multilingual Weekly Newspaper in USA. หนังสือพิมพ์ ดิ เอเชี่ยนแปซิฟิค    USA Office : 13815 Graystone Ave, Norwalk , CA 90650 TEL ( 562 ) 868 -6339 FAX: (562) 863 - 7820 E-mail: editor@apacnews.netFree Hit Counter
 
Thai Tumbon Paleewog Trading Royal Thai Consulate Royal Thai Embassy