เมื่อเช้าวันที่
1 กรกฎาคม 2005 นครแอล.เอ.ได้จัดพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีคนที่
41 ของแอล.เอ.คือนายแอนโทนิโอ
วีลเรย์โกซ่า
ขึ้นที่วิหาร
Cathedral of Our Lady of the Angels ตั้งอยู่เลขที่
555 West Temple St., L.A., โดนกำหนดการเริ่มตั้งแต่เวลา
07.30 น.
นายวีลเรย์โกซ่า
ชนะการเลือกตั้งด้วยการโค่นนายเจมส์
ฮาห์น เพื่อนร่วมพรรคเดโมแครต
ที่เข้ามานั่งในตำแหน่งเพียงสมัยเดียวและนับเป็นคนเชื้อสายฮิสแปนิกคนแรกตั้งแต่ปี
1872 ที่เข้ารับตำแหน่งนี้
ในพิธีอันสำคัญได้มีนักการเมือง
ผู้นำทางจิตวิญญาณศาสนาต่างๆในแอล.เอ.ได้รับเชิญเข้าร่วมจำนวนมาก
อาทิเช่นนายอาร์โนลด์
ชวาเซนเนกเกอร์
ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย
,นายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดี
ตลอดจนอดีตผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกอบด้วยนายเกรย์
เดวิส,นายพีท
วิลสันและนายเจอร์รี่
บราวน์ (ปัจจุบันเขายังเป็นนายกเทศมนตรีโอ๊คแลนด์)รวมทั้งนายวอเรน
คริสโตเฟอร์
อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ
ส่วนผู้นำด้านจิตวิญญาณอาทิเช่นพระคาร์ดินัลมาโฮนี่
ผู้นำนิกายคาทอลิก
,ดร.มาร์เฮอร์ ฮาร์ทู้ท อิสลาม,ฮาร์โรลด์ ชูไวส์
ผู้นำศาสนายิว,ท่านสาธุคุณจอห์น
เบคัส ผู้นำนิกายคริสเตียน,ผู้นำศาสนาซิกส์
และพระสงฆ์จากพุทธศาสนาทั้งนิกายมหายานจากวัดชีไหลและมหานิกายจากวัดไทยแอล.เอ.ก็เดินทางไปร่วมอาทิเช่นพระครูปลัดสุธาวัฒน์
รองประธานอำนวยการวัดไทย,พระครูสุมณฑ์ธรรมวงศ์,พระครูวินัยธรประทีป
,พระมหาบุญเริ่ม
กิตติญาโณ,พระมหาบุญลือ
วชิรเมธี เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีบรรดากงสุลใหญ่ประเทศต่างๆได้รับเชิญให้เข้าร่วมพิธีรวมทั้งนายอิสินธร
สอนไว กงสุลใหญ่
ณ นครลอส แองเจลิส
ด้วย
ภายหลังจากพิธีทางศาสนาแล้วขบวนได้เดินตรงไปยังด้านหน้าของตึกที่ทำการนายกเทศมนตรี
(City Hall) เพื่อเริ่มพิธี
ผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพิธีในการสาบานตนคือผู้พิพากษาสเตฟเฟน
เรนฮาร์ดท์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค
9 โดยมีสมาชิกสภานครแอล.เอ.เขตเลขคี่คือ
1,3,5,7,9,11,13 และ
15 เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพยานสาบานตน(
Oath of Office) และยังมีอัยการเมืองตลอดจนฝ่ายควบคุมตรวจสอบร่วมเป็นพยานการสาบานตนอีกด้วย
ภายหลังทำพิธีเสร็จวีลเรย์โกซ่ากล่าวว่าขอให้ทุกคนละทิ้งเรื่องความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติ
สีผิว ศาสนา
รวมทั้งขอให้มาร่วมมือกันเป็นชาวลอส
แองเจลิส (Angelenos)ด้วยกันทั้งหมดเพื่อมาร่วมกันเปลี่ยนเมืองแห่งความฝัน (City of Dreams) มาเป็นเมืองแห่งจุดมุ่งหมาย (City of Purpose)
นายวีลเรย์โกซ่าเป็นลูกผู้อพยพชาวแม็กซิกัน
เคยละทิ้งการเรียนสมัยอยู่ไฮสคูล
ในช่วงหลังเขากลับเนื้อกลับตัวมาเรียนหนังสือจนจบปริญญา
มีอาชีพเป็นครูก่อนที่จะผันตัวเองเป็นนักการเมือง
เป็นส.ส.รัฐแคลิฟอร์เนียจนไต่ขึ้นเป็นประธานสภาแคลิฟอร์เนีย
การเข้ารับตำแหน่งในนครใหญ่ที่มีประชากรเกือบ
10 ล้านคนครั้งนี้ถือว่าเป็นศึกหนักของวีลเรย์โกซ่าเพราะจะต้องรับมือกับปัญหาการศึกษา,ความสงบเรียบร้อยในฐานะเป็นนายจ้างของตำรวจและฝ่ายดับเพลิง,การสาธารณสุข ฯลฯ
การเลือกตั้งที่ผ่านมาแม้จะมีผู้ไปใช้สิทธิ์ไม่มากแต่เขาก็ยังชนะ
59 % ของผู้ไปลงคะแนนเสียง
แต่เขาก็สามารถดึงกลุ่มผู้ลงคะแนนมาสนับสนุนตนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มฮิสแปนิก,คนผิวดำ,กลุ่มเสรีนิยมและกลุ่มที่ถึงจะอนุรักษ์แต่ก็ยังรับฟังคนอื่น
ภาพชุดต่อไปนี้
ชวพจน์ ถุงสุวรรณ
กรรมการอำนวยการวัดไทยที่ไปร่วมงานด้วย
และพระมหาบุญเริ่ม
กิตติญาโณ
แห่งวัดไทยแอล.เอ.เป็นผู้ถ่ายภาพ
|