|
เตรียมรับมือเศรษฐกิจกระทบทุกคน
เมื่อวันที่
29 กันยายนสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติ
228 ต่อ 205 ไม่ยอมรับร่างกฎหมายสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในสถานการณ์ฉุกเฉิน
2008( the Emergency Economic Stabilization Act of 2008) โดยแยกเป็นส.ส.พรรครีพับลิกัน
65 คนและส.ส.เดโมแครต
140 คนลงมติรับ ส่วนที่โหวตไม่รับเป็นส.ส.รีพับลิกัน
133 คนและเดโมแครต
95 คน เหตุผลสำคัญก็คือมีประชาชนจำนวนมากส่งอีเมลเข้าไปขู่ว่าหากลงมติยอมรับจะได้รับ”ผลตอบแทน”ในการเลือกตั้งวันที่
4 พฤศจิกายนนี้
ประชาชนที่เป็นเจ้าของเงินจำนวนนี้ไม่เห็นด้วยที่จะไปช่วยสถาบันการเงินเอกชนที่บริหารล้มเหลว
หลักการของร่างกฎหมายรัฐบาลจะใช้งบประมาณ
700 พันล้านดอลลาร์เข้าไปซื้อสถาบันการเงินที่มีหนี้เน่าจากอสังหาริมทรัพย์
ซึ่งส่วนใหญ่สถาบันประเภทนี้จะเน้นหนักไปทางปล่อยเงินกู้เพื่อซื้อบ้าน
จึงเห็นได้ว่ามีทั้งธนาคารเพื่อการลงทุนและธนาคารพาณิชย์ที่เน้นหนักอสังหาริมทรัพย์ถูก
”เทคโอเวอร์”ไปหลายรายเช่น
Countrywide Financial, IndyMac,
Washington Mutual, Wachovia,Merrill Lynch &
Co.และอื่นๆ
เมื่อร่างกฎหมายไม่ผ่านทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นตื่นตระหนก
ดัชนีดาวโจนส์ในตลาดหุ้นนิวยอร์กหุ้นร่วงระนาว
777.68 จุดหรือปิดที่
10,365.45 จุด ทำให้เงินหายไปจากตลาดทันที
1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียว
ต่อมาวันที่
30 กันยายนหุ้นตีกลับมาปิดที่
485.21 ปิดที่ 10,850.66 จุด
แสดงให้เห็นว่าตลาดยังเกิดความผันผวน
เราเชื่อว่ารัฐบาลจอร์จ
บุชและสภาคองเกรสคงจะทำงานครั้งนี้ให้ลุล่วง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีข่าวว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมเช่นให้ FDIC
เพิ่มวงเงินประกันผู้ฝากจากบัญชีละ
100,000 ดอลลาร์เป็น
250,000 ดอลลาร์ เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ฝากเงิน
อย่างไรก็ตามเราเห็นว่าแม้ร่างกฎหมายการเงินฉบับนี้จะผ่าน
แต่วิกฤติจะคงดำรงอยู่เพราะความเสียหายต่างๆได้เกิดขึ้นแล้วอาทิเช่นการที่ธนาคารเข้าเทคโอเวอร์กันขึ้น เมื่อ 2 ธนาคารมารวมกันก็จะต้องลดสาขา
ลดพนักงานลงจะทำให้เกิดการว่างงานในภาคการเงินและภาคอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากเหมือนเช่นเหตุการณ์
911 ที่ทำให้แรงงานในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว,โรงแรม,สายการบินและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเกิดการว่างงานทันที
สังคมอเมริกันและคนอเมริกันได้รับผลกระทบแบบตรงและเต็มๆ
คราวนี้ประเทศไทยเองก็จะได้รับผลกระทบในวงกว้างเช่นกันเพราะตลาดสหรัฐเป้นตลาดหลักของไทยในการส่งสินค้าออกคิดเป็น
20 % ของการส่งสินค้าออกทั้งหมด เมื่อเศรษฐกิจหดตัว
กำลังซื้อคนลดลง
ประเทศไทยย่อมได้รับผลด้านการส่งออก
อันจะส่งตรงไปยังภาคแรงงานเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมในประเทศไทย
รัฐบาลไทยอย่านึกว่ามีผลกระทบน้อยให้มองในวงกว้าง คนไทยเองก็จะต้องเตรียมรับสถานการณ์เศรษฐกิจถดถอยครั้งนี้ประมาทไม่ได้เด็ดขาด.....ÍèÒ¹µèÍÊÑ»´ÒËì·ÕèáÅéÇ
|