|
นายกรัฐมนตรีต้องลาออกสถานเดียว
การชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนับตั้งแต่วันที่
25 พฤษภาคม 2008 เป็นต้นมานั้นก็เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี
2550 จากนั้นสถานการณ์พัฒนามาจนถึงคืนวันที่
1 ต่อเช้าวันที่
2 กันยายน กลุ่มนปช.ด้วยการสนับสนุนของนักการเมืองพรรครัฐบาลยกขบวนจากสนามหลวงไปยังที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯบริเวณสะพานมัฆวาน
จนเกิดการตะลุมบอนกันขึ้นมีผู้เสียชีวิต
1 คนและบาดเจ็บ
43 คน นายกรัฐมนตรีถือโอกาสประกาศใช้พระราชกำหนด
(พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินปี 2548 ในเช้าวันที่
2 กันยายนโดยหวังนำกำลังทหารเข้าล้อมปราบและสลายการชุมนุม
หลังจากนั้นก็ได้รับการต่อต้านอย่างกว้างขวางทั้งจากสภาทนายความแห่งประเทศไทย
องค์กรสื่อสารมวลชน
5 องค์กรประกอบด้วย
สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย,สมาชิกวุฒิสภา
40 คน,คณาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ,สหภาพแรงงาน,องค์กรสิทธิมนุษยชนและหน่วยงานอื่นๆอย่างกว้างขวางเพราะถือเป็นการสร้างสถานการณ์ของรัฐบาลเพื่อฉวยโอกาสแก้ปัญหาแบบเผด็จการ
โดยไม่ผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีและคณะกรรม การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินตามกฎหมาย
เป็นการตัดสินใจเพียงคนเดียวของนายกรัฐมนตรีโดยแท้
การที่รัฐบาลรวมทั้งบรรดาส.ส.และอดีตส.ส.ฝ่ายรัฐบาลได้ร่วมกันกระทำความผิดครั้งนี้เห็นอยู่ชัดเจนว่าผู้ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายมีอาวุธอยู่ในมือแต่ไม่ปราบปราม
กลับปล่อยให้เกิดการทำร้ายร่างกาย
และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนนั้น
สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำคือการหาตัวการผู้กระทำผิด
ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนเพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย
การเรียกร้องของเราครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น แต่เราก็ไม่ได้หวังว่ารัฐบาลอย่างนายสมัคร
สุนทรเวช จะดำเนินการเพราะเราคาดว่ารัฐบาลรู้เห็นเป็นใจและจงใจให้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ
ดังนั้นอย่าหวังที่จะเรียกร้องหาคุณธรรม
จริยธรรมและความเป็นมนุษย์จากนายสมัคร
สุนทรเวช เราเห็นด้วยอย่างยิ่งที่กลุ่มประชาชนทั่วประเทศสมควรออกมาโค่นล้มรัฐบาลชุดนี้ หากนายสมัคร
สุนทรเวช ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งเพราะทำผิดกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
รวมทั้งเห็นชีวิตของประชาชนเป็นเครื่องเซ่นสังเวยเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง
.....ÍèÒ¹µèÍÊÑ»´ÒËì·ÕèáÅéÇ |