|
หมายจับและประกาศจับพ.ต.ท.ทักษิณ
เมื่อวันที่
13 สิงหาคมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยกองทะเบียนประวัติอาชญากรได้ออกหมายจับ
พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน
ชินวัตร ในข้อหาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐดำเนินกิจการเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐฯ,
ปฏิบัติหรือละเว้นฯ,มาตรา4,100 และ122 ตามคดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
วันเดือนปีที่เกิดเหตุ
11 สิงหาคม 2551 ภายในอายุความ
15 ปี วันขาดอายุความ
12 สิงหาคม 2566
จากนั้นประกาศจับพร้อมภาพของ
2 คนก็ถูกแจกจ่ายไปทั่วประเทศ
รวมทั้งมีการเสนอจข่าวทั้งในสื่อมวลชนประเภททีวี,หนังสือพิมพ์และสำนักข่าวต่างประเทศ
รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรได้นำภาพมาขยายขนาดใหญ่พร้อมข้อความ“จับผู้ร้ายอาญาแผ่นดิน” นั้นเป็นเหตุให้ทีมทนายความของพ.ต.ท.ทักษิณที่รับมอบอำนาจมาจากพ.ต.ท.ทักษิณเข้าแจ้งความในข้อหาล่วงละเมิดสิทธิ
ทั้งคดีแพ่งและอาญา
ตลอดจนจะดำเนินคดีกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย
เราเห็นว่าการกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณที่ส่งทีมทนายความดำเนินคดีนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง
เพราะพ.ต.ท.ทักษิณและคณะได้ทำผิดสัญญาประกันหรือที่เรียกว่า
Jump Bail ศาลจึงมีหน้าที่ออกหมายจับ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องออกประกาศจับ หากทั้งสององค์กรไม่ทำถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จะต้องได้รับโทษ
เพราะมีกฎหมายบัญญัติไว้อยู่แล้ว
เราเข้าใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานตลอดจนญาติมิตร,สาวกที่นิยมในส่วนตัว,ลูกพรรคไทยรักไทยในอดีตและลูกพรรคพลังประชาชนย่อมรู้สึกหดหู่และขมขื่นใจเป็นธรรมดา
เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักถูก”ประจาน”ไปทั่วโลก
แต่อย่าลืมว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นบุคคลอันเป็นที่รู้จักของสาธารณะ(Public
Figure) ยิ่งบุคคลนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังมากเท่าใด
คุณค่าของข่าวก็ยิ่งมากเท่านั้น
แตกต่างไปจากบุคคลหรือหัวขโมยธรรมดาที่ไม่มีตำแหน่งหน้าที่ใด ซึ่งก็ถูกประกาศจับเช่นกันหากหนีคดี
แต่สื่อไม่ได้ให้ความสนใจนำลงตีพิมพ์เพราะไม่มีคุณค่ามากในเชิงข่าว
อีกประการหนึ่งเราเห็นว่าถ้อยแถลงของพ.ต.ท.ทักษิณที่หนีคดีไปนั้นให้การว่าระบบยุติธรรมของประเทศไทยมี
2 มาตรฐาน ระบบยุติธรรมเริ่มตั้งแต่ตำรวจ
อัยการ ทนายความ
ศาล ในเมื่อนำระบบยุติธรรมของประเทศไทยออกไปประจานทั่วโลก
แต่ทำไมพ.ต.ท.ทักษิณจึงหวนกลับมาใช้ระบบยุติธรรมของไทยอีก
หรือว่าหากถูกพิพากษาให้พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิดจึงจะถือว่าระบบยุติธรรมถูกต้อง ไม่เช่นนั้นคนที่ติดคุกอยู่ทั่วโลกก็อาจอ้างได้เช่นกันว่าแต่ละประเทศใช้
2 มาตรฐานมาตัดสินตน
ทางออกในเรื่องนี้พ.ต.ท.ทักษิณต้องกลับประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
ไม่เช่นนั้นก็อย่าได้ใช้ให้ทีมทนายไปดำเนินคดีกับใครต่อใครอีกต่อไป....ÍèÒ¹µèÍÊÑ»´ÒËì·ÕèáÅéÇ
0000000000000000000000000
หมายคุณหญิงพจมาน
เป็นหมายจับเลขที่
3/2551
วันนี้ (20 ส.ค.) นายวัชระ
แสงปทุม ทีมกฎหมาย
พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร แถลงข่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ขึ้นคัตเอาต์ขนาดใหญ่ติดภาพหมายจับ
พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน
ชินวัตร โดยมีการเขียนข้อความ
ว่า เป็นการล่วงละเมิดสิทธิของ
พ.ต.ท.ทักษิณ
และคุณหญิงพจมาน
อย่างร้ายแรง
ซึ่งจริงๆ
แล้วกลุ่มพันธมิตรฯ
ได้ล่วงละเมิดสิทธิมาตลอด
โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้ประสานผ่าน
นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล
หนึ่งในทีมทนายความ
ให้ดำเนินการแจ้งความในข้อหาดูหมิ่นและปลอมแปลงเอกสารทางราชการ
กับแกนนำพันธมิตรฯ
ทั้ง 5 คน
และนายสุริยะใส
กตะศิลา ผู้ประสานกลุ่มพันธมิตรฯ
ที่ สถานีตำรวจนครบาลดุสิต
ในเวลา 17.00 น. วันนี้(20ส.ค.) จะมีการดำเนินคดีกับกลุ่มพันธมิตรฯ
ทั้งคดีแพ่งและทางอาญา
นอกจากนี้ทีมทนายจะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับการออกหมายจับของ
พ.ต.ท.ทักษิณ
และคุณหญิงพจมาน
เพื่อหาช่องทางดำเนินการเอาผิดกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(สตช.) ต่อด้วย
นายวัชระ
กล่าวว่า การออกหมายจับตามข้อเท็จจริงของศาลเป็นเพียงแบบฟอร์มไม่มีรูปถ่ายติด
แต่กลับมีการติดรูปและเขียนข้อความที่ไม่เป็นจริงเท่ากับเป็นการกลั่นแกล้ง
สร้างความไม่สบายใจให้เกิดขึ้นกับ
พ.ต.ท.ทักษิณ
และ คุณหญิงพจมาน
พร้อมทั้งก่อให้เกิดความเสียหาย
เพราะเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าหน้าของ
พ.ต.ท.ทักษิณ
มีหน้าตาเป็นอย่างไร
แต่นี้เหมือนเป็นการจงใจทำให้เกิดความเสียหาย
ในขณะที่นายอุดม
โปร่งฟ้า กล่าวว่า
การที่พันธมิตรฯ
เอารูป พ.ต.ท.ทักษิณ
และ คุณหญิงพจมาน
ไปเผยแพร่
เท่ากับเป็นการประจานทั้งคู่ไปทั่วบ้านทั่วเมือง
ต่อไปมันจะกลายเป็นบรรทัดฐานทางสังคม
ใครโกรธอะไรใครก็ไปติดป้ายข้างถนน
เป็นการกลั่นแกล้งกันได้
ส่วนพันธมิตรฯ
จะหยุดกระทำหรือไม่ก็อยู่ที่สามัญสำนึกของเขาเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่าในวันที่
22 ส.ค. นี้ ที่ศาลนัดให้ทั้ง
พ.ต.ท.ทักษิณ
และคุณหญิงพจมานมาชี้แจงกรณีที่ดินรัชดา
ทั้งคู่จะเดินทางมาหรือไม่
นายวัชระ กล่าวว่า
ท่านไม่ได้ติดต่อมา
แต่คิดว่าท่านค
คงไม่มา ซึ่งขณะนี้อยู่ที่อังกฤษขอลี้ภัยทางการเมือง
นายวัชระ
ระบุว่า ขณะนี้
พ.ต.ท.ทักษิณ
กำลังดำเนินการขั้นตอนการลี้ภัยอยู่ที่อังกฤษ
ส่วนระยะเวลาในการดำเนินการก็ไม่สามารถระบุได้
“หากมีจังหวะ
พ.ต.ท.ทักษิณ
ก็สามารถเดินทางกลับมาได้
เพราะท่านก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง
และมีความตั้งใจดีต่อชาติบ้านเมือง”
นายวัชระ
กล่าวอ้าง
ต่อมาเวลา
17.00 น.ที่สน.ดุสิต
นายอุดม โปร่งฟ้า
อายุ 45 ปี
ทนายความ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจาก
พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
พร้อมทีมทนายความจำนวน
2 คน เดินทางเข้าพบ
พ.ต.ท.รุ่งเพชร
เมฆี พนักงานสอบสวน(สบ
3) สน.ดุสิต
เพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ทั้ง 5 คน
นายสุริยะใส
กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ
บริษัทเอเอสทีวี
ประเทศไทย
จำกัด บริษัทไทยเดย์
ด็อทคอม
จำกัด
กรรมการของบริษัททั้ง
2 แห่ง ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
ปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม
ตามประมวลกฎหมายอาญา
264 265 268 326 และ 328 ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ
และกรณีที่มีการนำหมายสืบจับ
พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
และคุณหญิงพจมาน
ภรรยา ซึ่งออกโดยกองทะเบียนประวัติอาชญากร
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มาเผยแพร่
โดยได้นำหลักฐานหนังสือพิมพ์บ้านเมือง
มติชนและไทยโพสต์ที่มีการลงภาพ
คัทเอาท์รูปหมายสืบพ.ต.ท.ทักษิณ
และคุณหญิงพจมาน
นายอุดม
กล่าวว่า ตนพร้อมทีมทนายความ
ไ ด้รับมอบอำนาจจาก
พ.ต.ท.ทักษิณ
ให้มาแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำพันธมิตรฯ
บุคคล และนิติบุคคลอื่นที่กระทำความผิด
ละเมิด ซึ่งการนำหมายสืบจับมาติดบนคัทเอาท์ด้านหลังเวทีพันธมิตรฯเป็นการประจานให้
พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน
ได้รับความเสียหาย
ซึ่งตามหมายจับของศาลไม่มีการลงภาพ
พร้อมกับมีข้อความเป็นภาษาอังกฤษ”Most
Wanted”และข้อความภาษาไทยว่าประกาศจับผู้ร้ายหนีอาญาแผ่นดิน
อาจจะมีการพิจารณาดำเนินคดี
นายอุดม
กล่าวถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรฯเดินทางสถานทูตอังกฤษ
ขอร้องให้ส่งตัว
พ.ต.ท.ทักษิณ
กลับมาดำเนินคดีที่ไทย
ควรจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
กลุ่มพันธมิตรฯไม่ควรไปเรียกร้องกล่าว
ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณ
ไม่ได้หลบหนี
หรือลี้ภัย
แต่เป็นการเดินทางตามเหตุจำเป็นตามที่ได้แถลงไว้
ซึ่งท่านก็มีสาเหตุจำเป็นที่ต้องเดินทางไป
นอกจากนี้จะให้ทางพนักงานสอบสวนช่วยตรวจสอบ
เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาท
ไม่ว่าจะเป็นคัทเอาท์
หรืออะไรก็ตาม
และให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ด้าน
พ.ต.อ.สมชาย เชยกลิ่น
ผกก.สน.ดุสิต
กล่าวว่า ตนได้ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำอย่างละเอียดไว้เป็นหลักฐาน
ขณะเดียวกันจะได้ตรวจสอบคัทเอาท์ของกลุ่มพันธมิตร
รวมถึงหลักฐานต่างๆที่ทีมทนายนำมายื่น
ซึ่งหากพบว่าป้ายคัทเอาต์ของกลุ่มพันมิตรฯ
เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทตามข้อกล่าวหา
ก็จะทำการยึดมาประกอบสำนวนคดี
จากนั้นได้ส่งเรื่องไปยัง
บก.น.1 เพื่อดำเนินการตามขั้นต่อไป
กมธ.ตร.ขอดูระเบียบก่อนเรียก
สตช.แจง
นายเฉลิมชัย
ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ
(กมธ.) การตำรวจ
กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(สตช.) กรณีที่เผยแพร่หมายจับพ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
และคุณหญิงพจมาน
ชินวัตร ภริยา
ว่า จากกรณีดังกล่าว
กมธ.จะพิจาณาระเบียบการปฏิบัติงานของตำรวจว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่
ซึ่งถ้าพบว่าการเผยแพร่หมายจับขัดต่อระเบียบ
กมธ.ก็จะเรียก
สตช.มาชี้แจงข้อเท็จจริง
เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง
2 ฝ่าย แต่เท่าที่ตนทราบ
ในทางปฏิบัติ
ตำรวจสามารถนำหมายจับมาเผยแพร่ได้
เช่นเดียวกับที่ตำรวจภูธรภาค
7 นำหมายจับผู้ต้องหา
มาทำเป็นปฏิทินแจกประชาชนในพื้นที่
เพื่อเป็นการขอความร่วมมือแจ้งเบาะแส
“อย่างไรก็ตาม
ผมเข้าใจว่ากรณีดังกล่าวกระทบต่อความรู้สึกของ
ส.ส.พรรคพลังประชาชน
ที่อาจจะคิดว่าโดนกลั่นแกล้ง
และเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
ไม่ให้เกียรติ
พ.ต.ท.ทักษิณ
แต่ระเบียบก็คือระเบียบ
ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
และกรณีนี้
ก็เชื่อว่าการกระทำของ
สตช.น่าจะมีระเบียบรองรับ
ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าทำ”
นายเฉลิมชัย
กล่าว
....ÍèÒ¹µèÍÊÑ»´ÒËì·ÕèáÅéÇ
|